โขนไทยเป็นการแสดงที่มีความสวยงามอ่อนช้อย มีการกล่าวเอาไว้ว่าการแสดงโขนนั้นเป็นการนำเอาส่วนต่าง ๆ มาจาการแสดงในหลากหลายประเภท เช่น การต่อสู้กระบี่กระบอง บทพากย์และการเจรจาจากการเล่นหนังใหญ่ บทร้องและบทรำจากละคร และท่าเต้นท่ารำซึ่งนำมาจากถักกฬิของประเทศอินเดีย

การเล่นโขนของไทยนั้นมีการจำแนกออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

โขนกลางแปลง

เป็นการแสดงโขนบนพื้นดิน ไม่มีการสร้างโรงละคร และผู้แสดงมักจะแสดงกันกลางแจ้ง โดยโขนกลางแปลงส่วนใหญ่มักจะเล่นกันในบทการยกทัพมาสู้รบกันระหว่างฝ่ายพระรามและฝ่ายทศกัณฐ์

โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว

เป็นการแสดงโขนบนโรงละครที่มีหลังคากันแดดกันฝน แต่อาจจะไม่มีกำแพง ถือเป็นโรงละครแบบเปิดที่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงละคน โดยผู้แสดงที่รับบทเป็นตัวละครสูงศักดิ์จะนั่งบนราวแทนการนั่งเตียง และมีเตียงแยกอีกต่างหากสำหรับตัวละครฝ่ายหญิง

โขนหน้าจอ

เป็นการแสดงที่ผสมผสานกันระหว่างนักแสดงและการเชิดหนังใหญ่ โขนประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในปัจจุบัน จึงมีการปรับให้เป็นการแสดงโขนเพียงอย่างเดียว

โขนโรงใน

เป็นการนำละครในมาประยุกต์ให้เข้ากับการแสดงโขน มีการรำ บทพากย์ บทเจรจา และมีการวางเตียง 2 เตียงให้ตัวละครนั่ง โดยเตียงจะถูกวางอยู่ 2 ฝั่งเวที และหันหน้าเข้าหากัน

โขนฉาก

เพิ่งเริ่มมีในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการเปลี่ยนฉากตามท้องเรื่อง มีการปรับปรุงบทให้มีความกระชับและรวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น การแสดงจะคล้าย ๆ กับโขนโรงในซึ่งมีการขับร้อง มีท่าร่ายรำต่าง ๆ ประกอบการแสดง

การจำแนกประเภทของโขนนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องจับประเด็นและจุดสังเกตในความแตกต่างของโขนในแต่ละประเภทให้ได้ เมื่อสามารถจำแนกความแตกต่างของการแสดงโขนได้แล้ว ผู้ชมจะเข้าใจประเภทของการแสดงโขนได้มากยิ่งขึ้น